ขอติดกระแสความแรงกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Avatar
สวัสดีค่ะ วันนี้ได้มีโอกาสไปดูภาพยนตร์เรื่อง Avatar โชคดีมากๆ ที่ยังไม่ออกจากโรงไป เพราะสนใจจะไปดูนานแล้วค่ะ
เห็นจากโฆษณาและกระแสของหนัง รวมทั้งเรตติ้งที่บอกกันว่าทะลุเกินไททานิก (เป็นไปได้ค่ะ ค่าตั๋วหนังก็ไม่ค่อยถูกนะค่ะ ยิ่งเป็นแบบสามมิติ ก็ต้องกลืนน้ำลายนิดนึง เพื่อให้เงินซื้อความสุขให้เราบ้าง)
สิ่งที่ขอชมคือ Locationและการถ่ายทำแต่ละฉากที่สวยน่าชม บางฉากที่มาจากเมืองจีน ทำให้รัฐบาลจีนใช้โอกาสนี้เปลี่ยนชื่อภูเขาเลยนะค่ะ ความพยายามของเจมส์ คาเมรอนที่ต้องการสื่อให้เห็นโลกใหม่ที่มนุษย์ต้องแสวงหาและบทพูดดีๆ หลายตอนของเจค หุหุ จำไม่ได้ ถ้าไปดูอีกรอบจะจดมาให้ลองดูกัน แต่ที่แน่ๆ ชอบตรงที่ถ้าต้องการให้มีชีวิตอยู่ก็ต้องเอาตัวรอดให้เป็น และทำให้ แซม พระเอกออสซี่ท่านนี้ได้เป็นที่รู้จักรอบโลกในฐานะ เจค นาวิกโยธินผู้น่าสงสารแต่มีคุณธรรมเปี่ยมล้น และมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมรอบข้างได้ดี
สิ่งที่ยังเหมือนเดิม และเป็นสัจธรรมของแนวคิดของหนังเรื่องนี้
แนวคิดของผู้กำกับ ดิฉันเห็นว่าช่างสอดคล้องกับปรัชญาทางพุทธเสียเหลือเกิน เพราะสุดท้ายของสัจธรรม ธรรมชาติจะเป็นผู้ตัดสินทุกอย่าง
ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีรูปถาวร
และอีกด้านที่สะท้อนให้เห็นแง่มุมของผู้ฉลาดกว่ามักชอบเบียดเบียนและมีการแสวงหาไม่เป็นที่สิ้นสุด
ฉากการต่อสู้ของชนเผ่านาวีกับทหารจากบนฟ้า ก็ไม่ต่างกับหนังสือประวัติศาสตร์โลก ในยุคที่มีกระแสการล่าอาณานิคม เผอิญว่าประเทศต่างๆ ที่เคยตกเป็นอาณานิคมอาจจะไม่มีนายทหารฝีมือดีอย่างเจคมาช่วย หลายต่อหลายประเทศจึงตกเป็นอาณานิคมได้
เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบ คุณเจมส์ คาเมรอน คงจะดีใจถ้าได้ยินเสียงเด็กไทยบอกว่า “ผลสุดท้าย วิทยาศาสตร์ก็แพ้ความสามัคคีของชนเผ่า”
หุหุ น้องๆ คุยกันได้น่ารัก แต่ถ้าดิฉันอยากบอกออกไปว่า “ผลสุดท้าย วิทยาศาสตร์ก็แพ้แม่มดหมอผี” เอิ๊กเอิีก คนคงบ่นว่ายายนี่ คิดได้ (แต่ก็จริงๆนะ ลองไปดู)
แนวคิดนี้ไม่รู้ว่าผู้อื่นคิดยังไงบ้าง ช่วยเขียนตอบมาบ้างนะค่ะ
บ๊ายบาย มกราคมและสุขสันต์เดือนกุมภาค่ะ
อาลักษณ์ [...]
