
ดีท็อกซ์คืออะไร
การดีท๊อกซ์ (Detox) เป็นการทำความสะอาดและขจัดสิ่งสกปรกของเสีย กากอาหาร รวมทั้งสารพิษที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ให้หมดไป เนื่องจากของเสียเหล่านี้ มักถูกขับถ่ายออกได้ไม่หมด เพราะลำไส้ของเรายาวหลายเมตร ทั้งยังขดตัวไปมาไม่ว่าเรารับประทานอะไรเข้าไปล้วนมีโอกาสติดค้างอยู่ในลำไส้ทั้งสิ้น
อาหารที่รับประทานเข้าไปแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
- อาหารที่มีเส้นใยมาก ได้แก่ ผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ
- อาหารที่มีเส้นใยน้อยหรือไม่มีเลย เช่น เนื้อสัตว์ ไขมัน แป้งขัดขาว ฯลฯ
การรับประทานอาหารที่ถูกต้องควรรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง 80% และรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารน้อย 20% (ต่อวัน) แต่ในกิจวัตรประจำวันทำได้น้อยมาก สำหรับอาหารที่มีเส้นใยอาหารน้อย เมื่อย่อยแล้วจะจับตัวกันจนเหนียว ทำให้เคลื่อนผ่านลำไส้ลำบาก และเกาะติดอยู่ตามผนังลำไส้ ไม่ยอมเคลื่อนตัวเข้าสู่ระบบขับถ่ายตามปกติ ทำให้เกิดอาการท้องผูก ถ่ายลำบาก และกากอาหารที่เกาะติดตามผนังลำไส้เหล่านี้เป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียก่อให้เกิดการบูดเน่า เกิดสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และเป็นจุดเริ่มต้นของโรคต่าง ๆ เช่น โรคทางเดินอาหาร ท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ ผายลมบ่อย อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย ลำไส้ใหญ่อักเสบ จนถึงการมีกลิ่นปากเหม็น กลิ่นลมหายใจเหม็น แผลในปาก ลมพิษ หอบหืด และโรคภูมิแพ้ ฯลฯ ด้วยเหตุนี้การล้างลำไส้จึงเป็นแนวทางในการล้างพิษออกจากร่างกาย
ดีท็อกซ์มีประโยชน์และผลดีอย่างไร
1. ช่วยทำความสะอาดลำไส้ และแบคทีเรียที่เป็นโทษต่อร่างกาย สารพิษต่างๆจะถูกชะล้างออกไป ลดการสะสมของสารพิษ เมื่อสารพิษเหล่านี้ถูกกำจัดออกไป ลำไส้จะสามารถทำงานได้ตามปกติ
2. เป็นการบริหารกล้ามเนื้อลำไส ้ ของเสียที่ตกค้างมีผลทำให้ลำไส้อ่อนแอลง และทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ การล้างลำไส้จึงเป็นการช่วยส่งเสริมกล้ามเนื้อลำไส้ให้ทำงานได้มากขึ้น กล้ามเนื้อลำไส้ที่แข็งแรงและทำงานได้อย่างเป็นจังหวะ จะช่วยทำให้การผลักดันของของเสีย เช่น กากอาหาร และอุจจาระออกจากลำไส้ได้เร็วขึ้น ไม่เกิดสารตกค้างจนกลายเป็นพิษ
3. ทำให้ลำไส้มีขนาดเป็นปกติ เมื่อลำไส้ทำงานอย่างผิดปกติ จะส่งผลให้โครงสร้างและขนาดลำไส้เปลี่ยนไป ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆตามมา การล้างลำไส้ ช่วยให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนตัว ช่วยลดอาการบวมหรือโป่งพองของลำไส้ อันเนื่องมาจากการที่มีของเสียอุดตันบริเวณนั้น ทำให้ลำไส้มีรูปร่างปกติตามธรรมชาติ การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ อาจทำให้ลำไส้กลับคืนสู่รูปทรงปกติได้เพียงระยะสั้นเท่านั้น
4. กระตุ้นจุดตอบสนองของระบบอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งอวัยวะทุกส่วนจะมีการทำงานเชื่อมต่อกับลำไส้โดยจุดตอบสนอง การล้างลำไส้เป็นการช่วยกระตุ้นจุดที่ว่านี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อร่างกายโดยรวม เช่น ตับ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ไต ต่อมน้ำเหลือง และการหมุนเวียนของเลือด เป็นต้น
คนที่มีสุขภาพดี อึควรมีลักษณะดังต่อไปนี้
- ถ่ายง่ายสะดวก
- ลอยน้ำ
- กลิ่นไม่เหม็น
- เส้นกลมนิ่มยาว
- สีเหลืองอ่อน
Detox จำเป็นสำหรับคนเราหรือไม่??
เป็นที่รู้กันดีว่า อาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละวันนั้น มีสารพิษ, สารตกค้าง (รวมเรียกว่า toxin หรือ toxic substance) ซึ่งอาจไปสะสมอยู่ในร่างกายและก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายได้ จึงมีผู้คิดค้นวิธีที่จะกำจัดสารพิษเหล่านั้น ออกไปจากร่างกายของเรา โดยใช้ชื่อว่า การกำจัดของเสียออกจากร่างกาย/detoxification (detox)
อวัยวะที่เราคิดว่าจะเป็นที่สะสมของของเสียเหล่านี้ คือ ส่วนของลำไส้ใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าของเสียที่มักจะมาจากพวกเนื้อสัตว์ จะไปเกาะติดกับผนังลำไส้ใหญ่ ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายเราได้
การทำ detox อาจทำได้ด้วยกระบวนการหลายๆวิธี เช่น การสวนล้างลำไส้ การกินกาแฟหรืออาหารเพื่อ detox ซึ่งเชื่อกันว่า หลังจากการทำ detox แล้ว จะเป็นการกำจัดเอาของเสียเหล่านั้นออกไปจากร่างกายได้
ทั้งหมดที่เล่ามานั้น มักจะเป็นจุดที่ผู้ให้บริการ detox มักจะใช้โฆษณา เพื่อชักชวนให้มีคนมาเสียเงินให้เขามากขึ้น(ครั้งละ 800 ร้อยบาท)
แต่…ในความเป็นจริงแล้ว…
ร่างกายของคนเรา มีระบบที่จะใช้กำจัดพิษที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ซึ่งอวัยวะเหล่านี้ ได้แก่อวัยวะหลายๆส่วนในระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่ายและระบบปัสสาวะ หากจะพูดให้เข้าใจและเห็นภาพง่ายๆก็คือ ร่างกายเราฉลาดพอที่จะเลือกขับสารพิษหรือสิ่งที่เป็นอันตรายออกมาทางปัสสาวะและทางอุจจาระอยู่แล้ว
การทำ detox แบบสวนล้างทั้งหลายนี้ จะเป็นเพียงการนำกากอาหาร ที่ค้างอยู่ในลำไส้ออกมาให้หมดเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่า จะเอาสารพิษอะไรออกมาด้วย ส่วนที่ว่าการกินอาหาร detox แล้วจะมีสุขภาพดีขึ้น นั่นก็เป็นเพียงเพราะอาหารเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นอาหารที่มีกากใยสูง (ผัก ผลไม้) ทำให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น เลยรู้สึกว่ากำจัดของเสียมากขึ้น (ซึ่งในความจริงแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกันเลย)
จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์หลายอัน ก็ไม่มีข้อบ่งชี้ว่า การทำ detox จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายแต่อย่างใด
สรุปแล้ว การกินอาหารให้ถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะการกินอาหารที่มีกากใยสูงๆ ก็จะช่วยให้ขับถ่ายได้ดีอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องไปกินอาหารที่ใช้ชื่อเรียกตัวเองว่า detox ซึ่งจริงๆแล้ว ไม่ได้กำจัดพิษอะไรออกมาเลย แต่ตั้งชื่อนี้ เพื่อดึงดูดความสนใจเท่านั้น และก็ไม่ต้องไปเสียเงินให้กับการทำ detox ด้วยการสวนล้างลำไส้แต่อย่างใด
ตรงรอยต่อระหว่างลำใส้ใหญ่และลำใส้เล็กของเราความดันไม่เท่ากัน ถ้าจะทำควรจะอยู่ในความดูแลของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรทำกันเอง หรือทำตามกระแส อย่างไรลำใส้ใหญ่ ก็เป็นส่วนอวัยวะภายใน มีอันตรายอยู่ดีถ้าทำโดยปราศจากความรู้จริง แต่ถ้าอยากทำจริงต้องศึกษาหาข้อมูลเพิ่มด้วย และไม่แนะให้ทำบ่อยเกินไป ลักษณะของลำใส้เราควรมีเป็นเมือกๆ การที่ใช้ดีท๊อกซ์กาแฟสวนบ่อยๆ เกินไป ทำให้เมือกส่วนนี้หายไป ถ้าไม่มีตัวเมือก(สำหรับหล่อลื่น)กากอาหารจะขูดกับผนังลำใส้ ถ้าเป็นแผลภายในก็จะรักษายากขึ้น
การทำดีท็อกซ์ แบบคร่าวๆ
1. หาซื้อถุงสำหรับทำดีท๊อคซ์ ตามร้านชีวจิคทั่วไป
2. กาแฟ ต้องเป็นกาแฟแท้
3. ใช้กาแฟ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำแก้วใหญ่ ต้มให้เดือด
4. นำไปผสมกับน้ำเปล่า ให้พออุ่น ตามปริมาณที่กำหนด ประมาณ 1 ลิตร
5. นำถุงไปแขวนไว้ในที่สูงประมาณ 1.5 เมตร เบรค สายยางอย่าเพิ่งให้น้ำกาแฟไหลออก
6. ทาวาสลินที่ ปลายสายยาง นอนตะแคง ท่ากอดหมอนข้าง ค่อยๆสอดสายยางเข้าไปในรูทวาร
7. จากนั้นค่อยๆ ปล่อยน้ำกาแฟ ทีละน้อย จนหมด ระหว่าที่ปล่อยน้ำ ถ้าปวดท้อง ให้กลั้นไว้ก่อน
8. เมื่อปล่อยน้ำหมดแล้ว ให้นอนหงาย ใช้ฝ่ามือทั้งสอง นวด บริเวณท้องน้อย จนกลั้นไม่อยู่ ปวดสุดๆ จึง ลุกไปเข้าห้องน้ำ (ท่านจะเข้าใจคำว่า ออกมาหมดใส้หมดพุงก็คราวนี้แหละ )